รองนายกหนุ่มนครสวรรค์ ผู้มีหน้าตาหล่อเหลาใต้แมส

เชื่อว่าบนโลกของเราร้อยทั้งร้อยหากเจอคนที่หน้าตาดีก็จะหันไปชอบมองและปลื้มดีอกดีใจกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายเมื่อเห็นสาวๆที่สวยๆขาวๆก็จะมองหันมองจนสุดซอยกันเลย และผู้หญิงก็ไม่แพ้กันเมื่อได้เจอผู้ชายหล่อเหลาก็จะอุทานในใจว่าหล่อมากฉันรักเธอนะ นี่คือสิ่งธรรมชาติของคนทั่วไปเมื่อเจอสิ่งดูดีเข้ามาสะดุดตาจะเกิดปฏิกริยาตอบโต้กลับโดยการหันมองตามทันที อย่างเรื่องราวของคุณตู้ จตุรวิทย์ นิโรจน์ธนรัฐ ดีกรีเป็นถึงรองนายกเทศมนตรีนครสวรรค์ เมื่อคุณตู้ได้ปรากฏออกสื่อที่สวมหน้ากากอนามัยในห้องประชุมแต่กลับเรียกเสียงฮือฮาให้กับเหล่าบรรดาผู้คนที่พบเห็นอย่างมาก ขนาดสวมหน้ากากอนามัยยังดูดีหล่อเท่มีออร่าจับขนาดนั้นใครจะไม่มองกันล่ะ ด้วยใบหน้าที่ขาวๆเซ็ทผมตั้งดูเท่อย่างมากคือเห็นแล้วใช่เลยต้องหล่อแน่นอน สำหรับประวัติคุณตู้นั้น เป็นลูกชายของจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ และคุณรัสรินทร์ นิโรจน์ธนรัฐ การศึกษาจบจากเมืองนอกมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ปริญญาตรีคณะ Hospitality Management หลังจากนั้นก็กลับมายังประเทศเปิดร้านขายกาแฟภายใต้ชื่อว่ารัสรินทร์ เค้ก แอนด์ คอฟฟี่ นั่นเอง จากนั้นก็มารับตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครสวรรค์ แต่ตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าคุณตู้นั้นหัวใจว่างอยู่หรือไม่ หลายคนได้มองคุณตู้ตอนสวมหน้ากากอนามัยกันแล้วคงจะอยากเห็นตอนไม่สวมหน้ากากอนามัย เรามีภาพมาให้ทุกท่านได้รับชมกันต้องขอบอกเลยว่าเขาหล่อจริงๆ ภายใต้หน้ากากอนามัยที่เห็นว่าหล่อเหลาแล้ว พอเห็นหน้าจริงๆแล้วหล่อเท่หุ่นล่ำดูแข็งแรงอย่างมาก ใครเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าหล่อมากแถมยังเก่งอีกด้วย นี่ก็เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำให้หลายคนกระชุ่มกระชวยหัวใจเจอสิ่งดีๆใครจะไม่มองล่ะ […]

แม่พาลูกชายเข้าร้านตัดผม บอกช่างเอาทรงลูกชายไม่ออกบ้าน

ยังเป็นปัญหาที่คนทั่วโลกยังต้องเจอกับปัญหาโควิด ที่มีสายพันธุ์นั้นสายพันธ์นี้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ยอมออกจากบ้านกันเพราะอยากห่างไกลโควิดนั่นเอง ยุคโควิดที่กำลังเกิดขึ้นนั้นหลายคนก็นั่งดูซีรีส์กันยาวๆ บางรายก็นั่งขายของออนไลน์หาอาชีพเสริม บางรายก็เอาแต่นอนพักผ่อนจากการทำงานมานั่นเอง ไม่นานมานี้มีเรื่องราวของหนุ่มชาวไต้หวันอายุเพียง 15 ปี ผู้ไม่เคยเกรงต่อโควิดมักจะชอบออกไปเที่ยวนอกบ้านกับเพื่อนๆอยู่เสมอ เนื่องจากโรงเรียนนั้นปิดชั่วคราวทำให้ผู้เป็นแม่นั้นต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้ลูกชายนั้นอยู่แต่บ้านตัดสินใจพาลูกชายเข้าร้านตัดผมใกล้ๆบ้าน และบอกกับช่างตัดผมว่าเอาทรงที่ลูกชายนั้นไม่ต้องออกจากบ้านเลยไม่อยากให้ลูกชายนั้นมีโควิดกับตัว หนุ่มช่างตัดผมได้ยินดังนั้นก็ทำตามคำขอของคุณแม่ทุกอย่างเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเพื่อเนรมิตทรงผมให้กับหนุ่มน้อย ผ่านไป 20 นาทีก็ได้ทรงผมที่คุณแม่ต้องการ เป็นทรงที่คนทั่วไปอยากทำกันขอบล่างของศรีษะนั้นมีผมไว้อยู่ บนกลางหัวนั้นไม่มีผมคือหัวล้านนั้นเองทรงนี้เอาอยู่หากใครได้ตัดคงไม่กล้าออกนอกบ้านแน่นอนเพราะอายคนนั่นเอง หนุ่มน้อยเมื่อเห็นทรงก็กล่าวว่าทรวนี้ทำผมอายและโกรธมากเลยครับ ผมคงไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนอีกนานเลยครับกว่าผมจะยาวขึ้น หากคุณแม่อยากให้ตนอยู่บ้านก็ควรบอกกันดีๆ ไม่ใช่พามาตัดผมแล้วออกบ้านไม่แบบนี้ โลคดีที่โรงเรียนยังปิดอยู่ไม่งั้นคงมีเพื่อนๆแซวว่าเป็นหนุ่มน้อยหัสล้านครึ่งหัวแน่นอนครับ ด้านคุณแม่ได้กล่าวแบบสุดดีใจว่าชอบทรงผมของลูกชายอย่างมาก ต่อไปคงไม่คิดมากเรื่องลูกชายออกนอกบ้านในช่วงโควิดกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับกล่าวขอบคุณช่างตัดผมก่อนจะยื่นเงินให้และเดินออกจากบ้านไปด้วยความดีใจ นี่อาจจะไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะทำให้ลูกชายนั้นอยู่บ้านระหว่างที่โควิดกำลังลาม อาจทำให้เด็กนั้นอายและทำให้จิตใจไม่ดีอีกด้วย ที่มา CH51

สุดสงสาร ลุงไปซื้อข้าวสารมา แต่ถุงกลับหล่นพื้น

ในยุคเศรษฐกิจที่เกิดในปัจจุบันแทบจะต้องบอกเลยว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ งานก็หาทำยากมากขึ้นเนื่องจากบริษัทหรือโรงงานหลายแห่งได้ทะยอยปิดกิจการลง นอกจากเศรษฐกิจจะไม่ดีแล้วเรายังเจอกับปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นคือโควิดที่ตอนนั้นกำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ทุกส่วนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผู้คนต้องกักตัวกันอยู่บ้านเวลาออกไปข้างนอกก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอลล์ล้างมือติดตัวไปด้วย เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นที่น่าห่วงอย่างมากกับประชาชนที่ไม่มีรายได้หรือมีอาชีพประจำทำ หลายคนเกือบค่อนประเทศต้องทำการประหยัดออม แม้บางรายทำการค้าขายก็ขายของไม่ดีแบบเดิมไร้ผู้คนออกมาซื้อของกันเหมือนเดิมๆ เราก็ไม่รู้ว่ามาถึงจุดนี้กันเมื่อไหร่จุดที่ผู้คนไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้กันเหมือนอย่างที่ผ่านมา หากใครที่มีงานทำประจำก็ถือว่าโชคดีไปแต่สำหรับลุงท่านนี้เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยอะไรต้องมาเจอกับปัญหากับการซื้อข้าวสาร ลุงท่านนี้ได้เดินไปซื้อข้าวสารที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งตลาดในเมือง แต่ว่าเดินมาอยู่ดีๆถุงข้าวสารนั้นกลับหล่นลงพื้นข้าวสารกระเด็นไปคนละทาง เมื่อลุงเห็นดังนั้นจึงรีบก้มหน้าเอาสองมือกอบข้าวสารเอาไว้ สองมือค่อยๆเอามือกวาดข้าวสารทีละเม็ดท่ามกลางแดดร้อนชาวบ้านขับรถผ่านไปผ่านมาต้องหยุดรถดูสุดเวทนากันอย่างมาก เมื่อหนุ่มรายหนึ่งลงจากรถไปถามลุงถึงเรื่องข้าวสารและพร้อมที่จะซื้อข้าวสารให้ลุงถุงใหม่ แต่ลุงกลับตอบกลับว่าไม่เป็นไรลุงจะเก็บข้าวสารทุกเม็ดที่หล่นให้หมด เงินหายากมากในตอนนี้ลุงต้องประหยัด สิ่งไหนพอใช้ได้ก็ต้องใช้ไม่อยากจ่ายเงินซื้อใหม่ และข้าวสารที่อยู่บนพื้นยังสามารถนำมาหุงกินได้เหมือนเดิม หนุ่มได้ฟังดังนั้นก็สงสารลุงอย่างมาก ทั้งนี้ประชาชนผู้ได้รับข่าวสารทางเฟสบุ๊คก็ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก บางรายขอทราบที่อยู่ลุงท่านนี้เพื่อจะส่งข้าวสารอาหารแห้งไปให้ลุงไว้กิน บางรายก็ให้กำลังใจลุงต้นทุนคนเราเกิดมาไม่เท่ากันขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี ในยุคนี้เป็นยุคที่ข้าวยากหมากแพงควรประหยัดสิ่งไหนใช้ได้ก็ควรใช้ไปก่อนจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้จำเป็น เราจะผ่านพ้นไปด้วยกันดั่งคำนี้ของลุงท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ ที่มา เฟสบุ๊ค ข่าวสารบ้านเฮา

ยายวัย 81 เล่าประสบการณ์พบรักหนุ่มวัย 36

ดั่งคำเล่าขานของคนโบราณได้กล่าวเอาไว้ว่าความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ ไม่ว่าความรักนั้นจะเกิดขึ้นกับชายและหญิงหรือแม้แต่หญิงรักหญิงชายรักชาย ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเกิดขึ้นบนโลกใบนี้อยู่เสมอมา และความรักนั้นก็ไม่ได้แบ่งขอบเขตและจำกัดอายุให้มารักกัน หากความรักเกิดขึ้นที่ใดความงดงามทางทัศนคติก็จะตามมาเช่นกัน ไม่นานมานี้ได้มีความรักเกิดขึ้นมาอีกคู่ที่กำลังเป็นเรื่องราวที่น่าจับตามองอย่างมาก เมื่อหญิงวัย 81 ปี ได้พบรักแท้กับชายอายุ 36 ปี โดยทั้งคู่ได้พบเจอกันบนทางเฟสบุ๊คเมื่อ 2ปีที่ผ่านมานั่นเอง จากที่ได้พูดคุยกันมาเรื่อยๆ ทั้งสองจึงได้ตัดสินใจเพื่อมาพบหน้าตากันอย่างจริงๆ โดยที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายนั่งเครื่องบินไปหาฝ่ายชายถึงที่บ้าน หญิงวัย 81 มีนามว่า ไอริส โจนส์ เธอเป็นชาวอังกฤษ สำหรับหนุ่มวัย 26 ปีเป็นชาวอียิปต์นามว่าโมฮัมหมัด ฝ่ายหญิงออกมาพูดแบบเปิดใจว่าเธอและแฟนหนุ่มเจอกันทางเฟสบุ๊คเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จากนั้นก็คุยกันทุกวันจนเกิดความสนิทและเกิดเป็นความรัก สุดท้ายก็ได้ตัดสินใจนั่งเครื่องบินไปหาแฟนหนุ่มถึงที่บ้าน เมื่อไปถึงต่างคนต่างดีใจอย่างมากวิ่งเข้าหาโอบกอดกันราวกับว่าทั้งโลกมีเราแค่สองคน จากนั้นตนก็มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับแฟนหนุ่มแทบไม่เคยเจอมาก่อน ฉันรักเขามากและเขาก็รักฉันมากค่ำคืนนั้นมันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแม้แต่น้อย ถึงฉันจะอายุมากฉันก็ปรนนิบัติของการเป็นแฟนที่ดีให้กับเขาได้อย่างดีเยี่ยม […]

เจ้าของบ้านโพสต์ ช่างปูกระเบื้อง 5 ปีผ่านไป โก่งแยกกัน

การทำบ้านหรือการต่อเติมบ้านยังคงมีหลายคนให้ความสนใจทำกันอย่างมาก เพราะด้วยอายุของบ้านนั้นมากบ้านเริ่มดูเก่าไม่น่าอยู่ เจ้าของบ้านจึงได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงเนรมิตบ้านนั้นให้ดูใหม่และสวยงามมองไปทางไหนก็สบายหูสบายตาแต่สิ่งสำคัญที่บ้านนั้นจะออกมาสวยหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่างที่ทำ หากเจอช่างที่ทำงานให้เราละเอียดรอบคอบจุดไหนควรทำยังไงเอาใจใส่งานอันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากสำหรับเจ้าของบ้าน หากเจอช่างที่มาทำงานแค่ทำๆแล้วก็กลับไม่ตรวจสอบรายละเอียดของงานพอหลังมามีปัญหาตามมาเจ้าของบ้านต้องมาแก้ไขใหม่อันนี้ถือว่าช่างทำงานไม่มีคุณภาพไม่เหมาะกับการที่จะมาเป็นช่าง ดังเช่นเรื่องราวของหนุ่มเจ้าของบ้านรายนี้ซึ่งเขาได้ทำการจ้างช่างมาทำบ้านให้แต่เมื่อเวลาผ่านมากระเบื้องในบ้านนั้นเกิดการผุดขึ้นแยกตัวออกจากกัน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีอายุงาน 5 ปีหากเทียบกับบ้านหลังอื่นจะไม่พบกับปัญหานี้ เจ้าของบ้านจึงได้แต่แอบสงสัยว่ากระเบื้องที่เกิดนั้นมันมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ สังคมออนไลน์ก็ได้เข้ามาตอบคำถามให้กับหนุ่มเจ้าของบ้านว่าสาเหตุที่กระเบื้องแยกตัวกันนั้นเป็นเพราะช่างคนที่ทำผสมปูนเหลวเกินไปแล้วรีบปูกระเบื้องทันที เพราะถ้าจะปูพื้นกระเบื้องจริงช่างควรผสมปูนเทปูนรอให้มันคายน้ำออกมาให้หมดซะก่อนจากนั้นค่อยนำกระเบื้องมาปูวางอีกที บางรายก็กล่าวว่าควรแก้ไขใหม่ซื้อปูนกาวมาเททับเลยโดยที่ไม่ต้องรื้อออกมาทำใหม่ ทั้งนี้การต่อเติมบ้านในจุดต่างๆของบ้านผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านควรศึกษารายละเอียดหาช่างมาทำให้ดีๆ ควรเลือกช่างที่เขามีประสบการณ์สูงมีความรู้ความชำนาญ เพราะบ้านนั้นจะอยู่กับเราไปตลอดได้ช่างดีๆมาทำเราก็อุ่นใจไม่ต้องพบเจอปัญหาอะไรตามมาทีหลังอย่างเจ้าของบ้านรายนี้ต้องมาจ่ายเงินค่านั่นค่านี่เพื่อแก้ไขงานเดิมๆที่ช่างทำเอาไว้ ที่มา Tug Budoo

หนุ่มวัย 42 วิวาห์กับหญิงวัย 70 หลังแรกเห็นก็หลงรัก

ในยุคสมัยการมีความรักถือเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นชายรักชายหญิงรักหญิงหรือชายอายุเยอะรักกับหญิงสาวอายุน้อยกว่า หรือผู้ชายที่อายุน้อยไปรักกับหญิงที่อายุมากกว่าถึงเท่าตัวนั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นมีใจให้กันเป็นรักที่บริสุทธิ์โดยที่ไม่สนใจเรื่องหน้าตาและอายุก่อนที่จะตกลงครองคู่แต่งงานอยู่กินกันตลอดไป ดังเช่นเรื่องราวของหนุ่มรายนี้ที่เขานั้นมีอายุเพียง 42 ปี เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ได้แต่งงานกับหญิงวัย 70 ปี เพราะว่าเขานั้นมีความรักให้กับเธอนั่นเอง โดยเจ้าหนุ่มได้เล่าเรื่องราวของเขาและเธอว่าได้พบกับแฟนสาวของเขาที่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เจอครั้งแรกก็หลงรักแบบไม่รู้ตัว ยิ่งเห็นเวลาเธอยิ้มยิ่งหลงมากไม่รู้ทำไม ด้านหญิงวัย 70 ปีก็เล่าว่าตอนแรกตนออกมาข้างนอกบ้านมาทำบุญแล้วก็มาเจอกับแฟนหนุ่มแบบไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเจอกันฝ่ายชายก็เข้ามาคุยด้วยขอเบอร์กันแล้วพูดคุยกันถูกอกถูกใจกันจึงได้ตกลงเป็นแฟนกัน และฝ่ายชายก็มาขอตนแต่งงานท่ามกลางญาติเต็มใจร่วมยินดีกันอย่างมาก ตนดีใจที่ได้พบรักแท้อีกครั้งจะดูแลกันและกันไปตลอดเลย แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่คนบางส่วนเห็นแล้วต้องแอบสงสัยว่ารักกันได้ยังไงกัน แต่ความรักไม่มีข้อแม้ไม่มีขีดจำกัดว่าห้ามรักกับใครนี่นา หากรักใครแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะไม่เกี่ยวกับหรอกกับอายุหรือหน้าตามันขึ้นอยู่กับใจมากกว่า เพราะไม่มีใครเข้าใจเราทั้งได้เป็นอย่างดีหรอกอยู่กับปัจจุบันจะมีความสุข อย่างไรก็ตามหลายคู่นั้นยังรักกันที่หัวใจไม่ใช่หน้าตาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี การที่เราจะฝากตัวและหัวใจไว้กับใครสักคนก็คงต้องคิดดีแล้วล่ะทุกคนเกิดมาย่อมต้องการหาความรักจากใครสักคน แม้กระทั่งเด็กไปจนถึงวัยชรายังไงก็ยังมีหัวใจเพื่อไว้ให้กับใครสักคน สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนสุขสมหวังกับความรักอันชื่นมื่นตลอดไป ที่มา รพีพร ไชยฝาง

ผู้ใช้แรงงานพม่า จะกลับบ้านฉลองปีใหม่ แต่กลับโดนเทกลางทาง

ในตอนนี้หากพูดถึงการลอบเข้ามาทำงานในประเทศของผู้ใช้แรงงานต่างด้าวมักจะมีให้พบเห็นกันแทบทุกจังหวัด โดนส่วนใหญ่พบในเขตที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มองไปที่ไหนก็พบว่ามีแต่แรงงานพม่า แรงงานเขมรเต็มไปหมด เพราะเศรษฐกิจบ้านเมืองเขานั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่จึงได้ตัดสินใจหอบเอาชีวิตตัวเองมุ่งหน้ามาหางานทำที่เมืองไทย แต่การลอบเข้ามาทำงานในไทยนั้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้แรงงานต่างด้าว แต่ยังมีเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่งคือการเข้ามาทำงานในไทยแล้วเจอเจ้าของกิจการลอยแพไม่จ้างงานแถมยังพาไปไว้กลางทางให้หาทางกลับบ้านเองนี่เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่าคนเราเกิดมาเหมือนกันทุกคนย่อมมีสิทธิ์เท่ากันเสมอ โดยกล่าวว่าผู้ใช้แรงงานต่างด้าวชาวพม่าถูกเรียกเงินคนละ 500 บาทเพื่อที่จะพาส่งกลับไปยังบ้านเกิดตัวเอง แต่กลับมาเทไว้กลางทางของจังหวัดชลบุรีเพราะกลัวติดโควิดนั่นเองทำให้ผู้ใช้แรงงานทั้งหมดนั้นต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของไทยเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วอยากกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กัน สังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นน่าสงสารมากถึงแม้พวกเขาจะเป็นต่างด้าวแต่พวกเขาก็เป็นคนเหมือนกันทำไมต้องปล่อยเขาไว้แบบนั้น บางรายก็พูดขอให้ได้กลับบ้านสมใจหวังเพื่อไปพบเจอกับครอบครัวตัวเองมีความสุขในวันปีใหม่หากสถานการณ์กลับมาดีแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่กันขอให้โชคดี แม้ว่าการลอบเข้ามาหางานทำในไทยยังมีอยู่มากแต่พวกเขาก็ไม่ได้มาทำในสิ่งไม่ดี หากไม่ชอบพวกเขาก็แค่เดินถอยออกห่างทุกอย่างมีปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ตอนนี้เราเจอกับปัญหาโควิดกันมาร่วมด้วยช่วยเหลือกันหาทางออกแก้ไขโควิดตอนนี้กันดีกว่า ดีกว่ามานั่งกลุ้มใจเรื่องไม่เป็นเรื่องกัน ที่มา เกาะติดสถานการณ์

พบแรงงาน หอบข้าวของอุ้มลูก เตรียมเข้าไทย

ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงสำหรับปัญหาโควิดที่กำลังลามอยู่ในตอนนี้โดยโควิดนั้นเกิดขึ้นในเขตตลาดมหาชัยของจังหวัดสมุทรสาครที่แรก เนื่องจากมีผู้ใช้แรงงานต่างด้าวลอบเข้ามาทำงานกันหลายพันกว่าคน ส่งผลไปถึงคนไทยหลายคนโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารทะเลตอนนี้แทบไม่มีลูกค้ามาซื้อของเหมือนเดิมเพราะคิดว่ากินอาหารทะเลาแล้วจะทำให้ติดโควิดนั่นเอง โรงงานอุตสาหกรรมรวมไปถึงร้านค้าขายของเล็กๆต่างก็ต้องปิดกิจการลงเนื่องจากเกิดโควิดทุกอย่างดรอปลงหมด การทำมาหากินก็ไม่ได้ง่ายแบบเมื่อก่อนคนไทยหลายคนไม่มีงานทำและไม่มีเงินกิน ส่วนต่างด้าวก็ลอบเข้ามาในไทยเพื่อมาหางานทำกันหลายคนก็ต้องหมดหวังเพราะเจ้าของกิจการนั้นไม่สามารถจ้างงานทำได้ ดังเช่นเรื่องราวของผู้ใช้แรงงานชาวกัมพูชาที่หอบลูกๆลอบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อมาหางานทำ ต่างคนต่างหอบข้าวของเครื่องใช้เห็นแล้วน่าสงสารเพราะความไม่มีถึงต้องออกจากบ้านมายังต่างแดน โดยหนุ่มกล่าวว่าสภาพของแรงงานกัมพูชาเตรียมลอบมุ่งหน้าเข้าไทยเพื่อมาหางานทำ ทางสังคมออนไลน์ก็ได้กล่าวว่าน่าเห็นใจพวกเขาอย่างมากเพราะความไม่มีจะกินจึงต้องหอบลูกออกจากบ้านเพื่อมาหางานทำ บางรายกล่าวว่าตอนนี้ไทยก็ยังคงเจอกับปัญหาโควิดคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีงานทำกันแล้วขอความเห็นใจกลับไปยังประเทศตัวเองก่อนดีกว่าหากสภาวะมันดีกว่านี้ค่อยกลับมาทำงานที่ไทยก็ได้ บางรายกล่าวว่าน่าสงสารเด็กอย่างมากที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ภาครัฐก็เตรียมหามาตรการการป้องกันจากโควิดหลังมีการลามไปยังทุกพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ งานปีใหม่นี้คนไทยหลายคนก็คงไม่ได้เคาท์ดาวน์กันอย่างแน่นอน แต่เชื่อเถอะว่ายังไงสถานการณ์ก็คงต้องกลับมาอย่างปกติแน่นอนเพียงเรานั้นป้องกันโดวิดกันด้วยการสวมหน้ากากก่อนออกไปนอกบ้านทุกครั้ง ที่มา Viroj Tuntikula

หนุ่มโพสต์พ่อค้ากุ้ง ขายกุ้งราคาถูก จากนครปฐม มาถึงกรุงเทพ

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การทำมาค้าขายพ่อค้าแม่ค้าแทบนั่งกลุ้มใจขายของไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน ยิ่งมาเจอกับปัญหาโควิดที่กำลังลามอยู่ในตอนนี้รายได้แทบไม่มี นอกจากจะเป็นกับพ่อค้าแม่ค้าแล้วยังรวมไปถึงทุกอาชีพงานที่กำลังลำบากกันกิจการร้านทุกอย่างก็ปิดไปหมดหลายคนก็ไม่มีงานทำต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ที่บ้านเกิด ตั้งแต่โควิดเกิดขึ้นในพื้นที่ตลาดมหาชัยจังหวัดสมุทรสาครทำให้อาหารทะเลแทบขายไม่ได้หรือขายไม่ได้เลยล่ะ พ่อค้าแม่ค้ากุ้งก็บ่นกันมากถึงขนาดต้องขายกุ้งในราคาที่ถูกสุดๆหากไม่ตั้งราคาขายในราคาที่ถูกกุ้งก็คงไม่มีคนซื้อกินหลายจังหวัดก็เป็นเหมือนกันขายกุ้งไม่ได้จนต้องมาตั้งราคาจากกิโลละ 300 บาทเหบือ 2 กิโล 100 บาท แต่สำหรับหนุ่มรายนี้เขาได้โพสต์เรื่องราวขอพ่อค้ากุ้งรายหนึ่งที่เลี้ยงกุ้งเอาไว้ในบ่อตัวเองแล้วเอาไว้มาขายท้ายกระบะรถ โดยขับรถจากจังหวัดนครปฐมมาขายยังกรุงเทพมหานครในราคาที่ถูกโดยตัวผู้ 10-13 ตัวต่อกิโล 300 บาท ตัวเมีย 25-30 ตัวต่อกิโล 200 บาท กุ้งขาว 70ตัวโล 200 บาทมีแต่ตัวโตๆสดๆทั้งนั้น โดยพ่อค้าหนุ่มได้ระบุว่าตัวเองได้เลี้ยงกุ้งในบ่อเพื่อขายให้กับพ่อค้าคนกลางแต่ว่ามาเจอกับปัญหาโควิดคนคิดว่ากินกุ้งแล้วจะติดโควิดเลยทำให้ขายกุ้งไม่ได้เลย แต่ตนไม่ได้ท้อถอยจึงนำกุ้งในบ่อที่เลี้ยงไว้นำมาเร่ขายในกทม.โดยวางขายท้ายกระบะรถตัวเองตนเหนื่อยมากนะแต่ว่าสู้เพื่อลูกเท่านั้นและตนนั้นต้องตื่นตั้งแต่ตี 1 เพื่อลงไปจับกุ้งประมาณตี 5 ก็นำมาวางขายในกรุงเทพฯ หากไม่ระบายกุ้งออกจากบ่อจะทำให้กุ้งนั้นใช้การไม่ได้อีกเลย ตอนนี้บอกเลยว่าไม่ได้กำไรเลยสักบาทเดียว ถึงอย่างไรก็ตามด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้แล้วยังมาเจอกับปัญหาโควิดอีกขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตแบบมีสติกันอะไรที่เซฟตัวเองได้ก็เซฟไปก่อน […]

เจ้าหน้าที่โชว์กินกุ้ง พร้อมคณะนั่งย่างรับประทาน ที่สมุทรสาคร

ในตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังพบเจอกับปัญหาโควิดที่กำลังลามไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรม ร้านค้าขายของเล็กๆน้อยๆได้ทำการปิดบริการชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าจะติดโควิดกัน ไม่เว้นแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารจำพวกทะเลอาหารสดตอนนี้นั่งเหงาไร้ลูกค้าเดินมาซื้อของกันเหมือนแต่ก่อน ชาวบ้านต่างก็ไม่มีใครอยากติดโควิดจึงพากันอยู่แต่บ้านไม่ออกมาซื้อของต้องเซฟเงินเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น คนที่มีผลกระทบมากสุดคงจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายกุ้งในตลาดมหาชัยของจังหวัดสมุทรสาครนั่นเอง เพราะเป็นจุดเริ่มแรกที่มีการเกิดของโควิดที่มาจากแรงงานชาวพม่าเมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง ที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้าที่ขายกุ้งนั้นต่างก็ได้รับผลกระทบมากกุ้งที่เลี้ยงไว้นั้นขายไม่ได้ไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับเหมือนดังเดิม นำมาวางขายในราคาถูกๆก็ไม่มีคนซื้อเพราะผู้คนเขาคิดว่ากินกุ้งแล้วจะติดโควิดกันนั่นแหละ แต่ไม่ใช่แค่จังหวัดสมุทรสาครเท่านั้นที่เผชิญปัญหาเช่นนี้แต่ยังลามไปยังจังหวัดอื่นๆอีกด้วยสร้างความกังวลใจกันอย่างมากหากทานกุ้งแล้วจะติดโควิด แต่ทั้งนี้ทางเจ้านี้ที่ก็พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกันโดยการลงพื้นที่อำเภอบ้านแพร้วจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อไปซื้อกุ้งจากพ่อค้าแม่ค้าแล้วมาปรุงสุกก่อนนั่งรับประทานกันราวกับว่าโควิดนั้นไม่ได้ติดมากับกุ้งแน่นอน ขอประชาชนคนไทยอย่าคิดกันไปเองบางท่านก็แกะกุ้งเอาเข้าปากให้ทุกคนได้เห็นกัน บางท่านก็ปรบมือให้กำลังใจคุณท่านที่กำลังกินกุ้งอย่างตื่นเต้น อย่างไรก็ตามหากเราคิดว่าปัญหาโควิดมันก็เหมือนไข้หวัดทั่วไปเราก็จะใช้ชีวิตได้แบบปกติ หากเราคิดว่ามันคือสิ่งไม่ดีแน่ๆอันนี้เราจะใช้ชีวิตแบบระแวงกันไป ขอให้เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่เถอะว่าพวกเขาจะสามารถพาพวกเราชาวไทยผ่านพ้นปัญหาโควิดนี้ไปได้อย่างแน่นอนแต่ว่าไม่รู้ตอนไหนอาจต้องรอดูกันต่อไป ที่มา ข่าวช่องวัน