อินเดียอาการหนัก ขาดแคลนถังออกซิเจน ชาวบ้านทนไม่ได้ ญาติฉันต้องได้ก่อน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ทั่วโลกนั้นต้องเผชิญกับปัญหาของโควิดก็อยู่ทุกวัน และในแต่ละประเทศนั้นก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาทรงตัวหรือดีขึ้นเลย ซึ่งตอนนี้ประเทศที่ดูเหมือนว่าจะน่าเป็นห่วงไม่น้อยไปกว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็คือประเทศอินเดีย ซึ่งมีจำนวนผู้เป็นโควิดมากขึ้นเรื่อยๆจนรั้งอยู่อันดับสองของโลกแล้วในขณะนี้

ซึ่งขณะนี้ประเทศอินเดียวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกขั้นหลังจากที่มีการรายงานว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลนของถังออกซิเจนอย่างหนักมาก โดยตามโรงพยาบาลต่างๆไม่จำนวนของถังออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการผู้ป่วยโควิดในประเทศซึ่งมีจำนวนของผู้ได้รับโควิดเข้าสู่ร่างกายรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนราย จากจำนวนผู้ที่เป็นโควิดทั้งหมดของประเทศเกือบ 16 ล้านรายแล้ว

จนถึงขนาดนี้เกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านต่างพากันรวมไปไปนั่งขวางถนนหลวงเพื่อไม่ให้รถบรรทุกที่ขนส่งออกซิเจนไปโรงพยาบาลต่างๆในประเทศสามารถจะไปส่งได้ เนื่องจากว่าชาวบ้านต้องการที่จะให้ถังออกซิเจนเหล่านั้นได้ส่งไปยังโรงพยาบาลเล็กๆที่ญาติๆผู้ป่วยโควิดของตัวเองได้ใช้ก่อน แทนที่จะไปยังโรงพยาบาลใหญ่ๆในตัวเมือง ทำให้การขนส่งยิ่งช้าหนักกว่าเดิมแต่ความต้องการเพิ่มมากขึ้น

งานนี้ทางรถบรรทุกขนส่งถังออกซิเจอต้องใช้เส้นทางในการเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมขัดขวางไม่ให้มีการขนส่งไปในเส้นทางอื่น แม้จะยิ่งทำให้การส่งช้าเพิ่มขึ้นแต่ก็ดีกว่าไม่สามารถจะไปต่อได้ ทั้งนั้นทางด้านของกลุ่มผู้ขัดขวางก็ยังคงปักหลักและต้องการให้ถังออกซิเจนไปส่งให้กับโรงพยาบาลเล็กๆบ้าง เพราะทุกคนก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามทางด้านของเจ้าหน้าที่รัฐบาลประเทศอินเดียก็มิได้นิ่งนอนใจ พยายามที่จะจัดหาถังออกซิเจนเพิ่มให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ด้วยความที่โควิดในประเทศกระจายไปอย่างรวดเร็วจนมิอาจจะควบคุมได้ขนาดนี้ ประชาชนชาวอินเดียวส่วนใหญ่ก็ต้องอพยพหนีจากเมืองที่สุ่มเสี่ยงมากขึ้น แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มเติมการกระจายตัวของโควิดให้ไปยังเมืองอื่นๆเพิ่มมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตามในเรื่องของสถานการณ์โควิดก็ยังคงเป็นประเด็นหลักของทุกประเทศทั่วโลกที่ยังคงต้องตื่นตัวและระมัดระวังกันให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะประเทศไทยเราก็เช่นกันที่ยังคงต้องอยู่ในภาวะควบคุมโควิดรอบใหม่นี้ให้ได้ และแน่นอนว่าประชาชนทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจ หากไม่จำเป็นจะต้องไปไหนก็ให้อยู่ที่บ้านจะปลอดภัยที่สุด

ที่มา World Forum ข่าวสารต่างประเทศ