ตากับยายนั่งเหงา ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้า เพราะพวกเรา ไม่มีคนละครึ่ง

ยุคโควิดอย่างนี้ทางรัฐก็มีการพยายามที่จะวิธีการมาช่วยเหลือทางภาคประชาชนกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราไม่ทิ้งกัน หรือแม้แต่โครงการคนละครึ่ง ที่กำลังเป็นปัญหาถกเถียงกันอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากว่ามีคนแค่บางส่วนในประเทศไทยเท่านั้นที่สามารถจะลงทะเบียนทัน แต่กับชาวบ้านตาสีตาสาหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยี ก็คงต้องพลาดโอกาสดังกล่าวไปอย่างน่าเศร้า ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีสิทธิคนละครึ่งแล้วก็พยายามจะใช้สิทธิที่ได้มา ไม่ว่าจะไปร้านอาหารหรือซื้อของก็พยายามจะมองหาร้านที่มีคนละครึ่งให้รัฐมาช่วยจ่าย แต่หากร้านไหนไม่มีก็อาจจะไม่ค่อยแวะซื้อซักเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้เกิดขึ้นกับสองตายายที่เปิดร้านขายอาหารรถเข็นอยู่ริมทางบริเวณหน้าหมู่บ้านดีเค ถนนกาญจนาพิเษกขาเข้าพระราม2 ซึ่งได้มีคนในสังคมออนไลน์ได้ถ่ายภาพดังกล่าวไปลงและได้มีการอธิบายว่าสองตายายน่าสงสาร ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเพราะว่าตากับยายไม่ได้ร่วมโครงการคนละครึ่ง ต้องนั่งตบยุงอยู่จนดึกดื่นของขายไม่ค่อยได้ เหลือบมองไปเจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ดูไปแล้วตากับยายน่าจะใช้แค่รับสายเข้าและก็โทรออกแค่นั้น แล้วจะไปสมัครหรือทำอะไรกับโครงการคนละครึ่งที่ต้องทำผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างไรกัน เห็นแล้วก็สงสารตากับยาย ของบางอย่างที่ขายไม่ได้มันก็มีอายุของมัน ไม่หมดก็ต้องทิ้งไปรายได้ก็ไม่มีจะมาลงทุนต่อชีวิต แต่ทำอย่างไรได้ก็เรามันทำกับเขาไม่เป็น แต่ในส่วนของคนที่ใช้สิทธิคนละครึ่งก็เป็นสิทธิของเขาที่จะพยายามหาร้านที่ใช้สิทธิได้มันก็ไม่แปลก แต่รัฐเห็นแล้วหรือยังว่ายังมีประชาชนอีกมากมายที่ไม่สามารถจะเข้าถึงระบบโครงการหลายๆอยางคนรัฐได้เลย แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่ อันนี้ก็อยากจะให้หลายๆคนได้เก็บเอาไปคิดวิเคราะห์หาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนจะดีกว่า แต่แน่นอนว่าเมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ พลังของชาวไทยที่ยังคงมีอำนาจอยู่เสมอก็ได้เริ่มขึ้น ไม่ว่าใครที่สามารถจะผ่านไปแถวนั้นได้ก็เข้าไปอุดหนุนร้านของตากับยายคู่นี้ในทันที และนี่แหละพลังของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในสังคม ที่คนดีมีน้ำใจก็ยังคงมีอยู่มากมายในสังคมนี้ ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่าตากับยายแทบจะขายกันไม่ทันเลยทีเดียว มีทั้งลูกค้าเดินทางมาสั่งอาหาร มีทั้งแกร็บฟู๊ดแพนด้าฟู๊ดมานั่งรอของ ที่มา ทีวีพูลออนไลน์, […]

สาวใหญ่ เก็บใบสั่งไว้ 336 ใบ ไม่เคยไปจ่ายเลย

การขับรถขับราบนถนนหนทางสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่จะต้องพึงระลึกอยู่ในใจเสมอก็คือความไม่ประมาท และสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามก็คือการทำตามกฏจราจร ซึ่งแน่นอนว่าป้ายสัญลักษณ์ต่างๆต้องศึกษาให้เข้าใจ และโดยเฉพาะป้ายจำกัดความเร็วก็ควรต้องหมั่นสังเกตุเอาไว้ให้ดี เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นการควบคุมการขับขี่ให้ไม่เกิดอันตรายต่อคนอื่นบนถนนอีกด้วย หากแต่เมื่อทำความผิดไปแล้ว ก็ต้องมีการปรับกันตามระเบียบหรือที่เขาเรียกว่าใบสั่งนั่นเอง เมื่อใบสั่งมาถึงที่บ้านก็ต้องนำไปชำระให้เรียบร้อย แต่กลับกลายเป็นว่าในสังคมเรานั้นก็ยังคงมีคนที่ไม่ยอมทำตามกฏหมายโดยเฉพาะเรื่องของการจราจรที่หากมีการกระทำผิดก็จะมีใบสั่งส่งไปยังบ้านของท่าน ที่เหลือก็แค่ยอมรับสิ่งที่ทำผิดแล้วนำใบสั่งไปชำระเงินให้กับเจ้าหน้าที่ทางการ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเทศเราก็ยังมีคนที่ไม่ยอมนำใบสั่งไปชำระอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องที่ท่านจะได้เห็นต่อไปนี้คือสาวใหญ่คนหนึ่ง ที่ใจถึงขนาดที่ว่าโดนใบสั่งไป 336 ครั้ง แต่กลับไม่เคยไปชำระเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทว่างานนี้อย่าคิดว่าจะรอด เมื่อจำนวนใบสั่งมันมากมายมหาศาลขนาดนี้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องตามไปเยี่ยมถึงบ้าน อยากจะเห็นสักหน่อยว่าสาวใหญ่คนดังกล่าวเป็นใคร ซึ่งเธออายุกว่า 58 ปีแล้วโดนใบสั่งกว่า 336 ใบไม่ยอมไปจ่ายค่าปรับเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งการการทำความผิดมีทั้งขับรถเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด และฝ่าสัญญาณจราจรก็มี บางวันดูเหมือนว่าจะกระทำความผิดถึง 7-8 ครั้งภายในวันเดียวเลยก็มี ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ สังคมออนไลน์มีการแสดงความคิดเห็นกัน ซึ่งก็อย่างที่บอกว่ายังคงมีอีกหลายคนที่ไม่ยอมนำใบสั่งไปชำระค่าปรับตามกฏหมาย แต่ไม่คิดว่าจะมากมายถึงขนาดนี้ และที่มันน่าตกใจกว่านั้นก็คือว่า […]

หญิงชาวลาว ถูกลอตเตอรี่แคนาดา รับเงิน 1,400 ล้านบาทไทย

คุณคงจะเคยได้ยินคำว่า แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้ใช่หรือไม่ บางคนสู้อดทนทำงานเหนื่อยหนักมาทั้งชีวิต เพื่อวันหนึ่งหวังจะปลดหนี้มีบ้านมีรถ มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนอย่างคนอื่นๆเขา ครั้งแม้ว่าชีวิตกำลังจะไปได้สวยก็ต้องมาเจอกับสถานการณ์โควิดที่ทำเอาธุรกิจหรืองานที่ทำไปต่อไม่ได้เลย แต่สำหรับบางคนเพียงแค่ซื้อใบกระดาษไม่กี่ร้อย ที่เขาเรียกว่าลอตเตอรี่ขึ้นมา กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีในข้ามคืน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับชีวิตของหญิงชาวลาว ที่ไม่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งเธอมีชื่อว่าคุณพี่แดง เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นทำงานหาเลี้ยงชีพมีหนี้สินไม่ได้ต่างจากคนอื่นๆทั่วไป แต่ตลอดระยะเวลา 20 ปีมานี้เธอได้ทำการซื้อลอตเตอรี่ที่ประเทศนั้นมาตลอด แถมยังเป็นเลขตัวเดิมมาตลอด และวันนี้ชีวิตเธอได้พลิกผันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อไม่นานมานี้ประเทศแคนาดาประกาศข่าวใหญ่ หญิงชาวลาวที่ชื่อว่าแดง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 60 ล้านเหรียญแคนาดา หรือเป็นเงินไทยก็คือราวๆ 1,400 ล้านบาท นั่นทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีที่คนในแคนาดารู้จักกันในข้ามคืนเลยทีเดียว และหลังจากนี้ชีวิตเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล จากสถานการณ์โควิดทำให้พิธีกรต้องทำการมอบรางวัลผ่านระบบวีดีโอคอล และมีการเผยให้กับประชาชนได้เห็นออกอากาศทางออนไลน์ ซึ่งทางคุณแดงหญิงชาวลาวได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอจะนำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้สินให้หมด และจะซื้อบ้านอยู่โดยที่ไม่ต้องเช่าเขาอีกต่อไป […]

ครูทักหานักเรียน ถามว่าพร้อม จะเรียนออนไลน์ ได้หรือไม่

จากสถานการณ์ของโควิดที่กลับมากระจายในประเทศไทยเป็นรอบที่สองซึ่งมีการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าในรอบแรก ทำให้ธุรกิจหลายๆอย่างต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน หรือแม้แต่ปิดตัวลงในช่วงนี้ แน่นอนว่ารวมไปถึงสถานศึกษาที่ต้องมีการปิดลงให้นักเรียนใช้วิธีการเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ซึ่งนั่นแหละปัญหาเพราะว่านักเรียนไม่ได้มีอินเตอร์เน็ตใช้ที่บ้านกันทุกคน ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในทุกๆพื้นที่ของประเทศไทย เพราะการเรียนผ่านออนไลน์มันต้องใช้อุปกรณ์ในการเรียนไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งโน็ตบุ๊คหรือมือถือ แน่นอนว่าแค่นั้นมันไม่เพียงพอ ต้องมีการใช้อินเตอร์เน็ตอีกด้วย ซึ่งทุกอย่างก็มีค่าใช้จ่าย สำหรับเด็กนักเรียนที่มีเงินมีความสามารถในด้านนี้ก็ทำได้โดยง่าย แต่ยังมีเด็กๆอีกหลายๆคนที่บ้านฐานะยากจน หรืออยู่กับปู่ย่าตายายที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีอะไรเลย คนเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะเรียนออนไลน์ หรือช่วยลูกหลายได้ ด้วยฐานะของคนเราไม่เท่ากันบางคนรวยบางคนไม่มีเงินแม้แต่จะเติมเงินซื้ออินเตอร์เน็ตเพื่อจะมาใช้เรียนออนไลน์ บางคนอาจต้องซื้อเน็ตมาเติมเอาเป็นครั้งๆไป แต่จะใช้ได้นานแค่ไหนเพราะมันก็ต้องมีเงินมาเติมเรื่อยๆ จนเมื่อครูท่านหนึ่งได้พิมพ์ไลน์ไปหานักเรียน สอบถามว่าพร้อมจะเรียนออนไลน์หรือไม่ แต่คำตอบที่ได้กลับมาอ่านแล้วมันตัวสั่นน้ำตาจะไหล เมื่อครูถามถึงความสามารถในการเรียนออนไลน์ นักเรียนกลับตอบว่าวันนี้เรียนได้แต่พรุ่งนี้ไม่ได้เพราะอะไรหน่ะเหรอ เพราะว่าเน็ตที่ใช้มันมีไม่พอแล้ว นี่เหมือนจะเป็นคำตอบที่แสนจะธรรมดา แต่ทำไมได้อ่านแล้วมันรู้สึกอยากจะร้องไห้ นี่เด็กๆของเรายังไม่มีเงินแม้แต่จะมีอินเตอร์เน็ตไว้ใช้กันเลยหรือ ผู้ใหญ่หลายๆท่านเล็งเห็นตรงจุดนี้หรือไม่ ว่ามันจะยังมีความไม่พร้อมอีกมากมายในหลายๆพื้นที่ในประเทศ สังคมออนไลน์ได้เห็นข้อความดังกล่าวก็รู้สึกเศร้าไปกับคำตอบของเด็ก แต่จะทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อบ้านเมืองเรายังคงมีทั้งคนที่มีความสามารถและพร้อมในด้านฐานะการเงิน แต่อีกหลายๆคนก็แค่หาเช้ากินค่ำ จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อคอมพิวเตอร์ หรือมือถือแถมเติมเงินติดตั้งอินเตอร์เน็ตให้ลูกหลานของพวกเขา อย่าว่าแต่เรียนออนไลน์เลย […]

สาวโพสต์ถาม พับเต็นท์เก็บไว้นาน กางออกมาราเต็มเลย กำจัดได้ไหม

สำหรับใครที่ชื่นชอบในการออกไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติแล้วล่ะก็ สิ่งหนึ่งเลยที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอนก็คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับนอนในตอนกลางคืน นั่นก็คือเต็นท์นั่นเอง ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบหลายขนาดให้ได้เลือกใช้กัน แต่ในช่วงนี้ก็เป็นสถานการณ์ของโควิด ที่ดูเหมือนว่าจะมีระยะเวลายาวมาตั้งแต่ต้นปี 2020 มาแล้ว ตอนนี้ก็ผ่านมาปีกว่ายังไม่สามารถที่จะกำจัดเจ้าโควิดให้ออกไปได้จากเมืองไทย ทำให้สายเที่ยวทั้งหลายก็อาจจะพับเต็นท์เก็บเอาไว้ในบ้าน รอวันที่จะออกไปเที่ยวได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งพอรู้สึกว่ามันทนไม่ไหวต้องไปหยิบเอาเต็นท์ที่เก็บไว้มาใช้งานได้แล้ว เพราะหัวใจมันต้องการธรรมชาติจริงๆ ออกไปหากางเต็นท์เที่ยวเล่นตามธรรมชาติดีกว่าอยู่ที่บ้านรู้สึกหดหู่ใจ แต่พอกางออกมากลับเจอเข้ากับราเต็มทั้งหลัง อย่างนี้หากนำมาใช้นอนคงไม่ต้องรอให้ติดโควิด แต่ติดราก่อนนี่แหละอันตรายกว่าอีกนะ จึงได้มีการโพสต์ภาพและสอบถามสังคมออนไลน์ว่าจะแก้ไขกับราที่ขึ้นบนผ้าเต็นท์อย่างไรดี แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะไปหาซื้อเต็นท์ใหม่ให้มันเปลืองเงิน ถ้ามีวิธีกำจัดราเหล่านี้ได้ก็คงจะดี อย่างน้อยก็ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากที่จะต้องออกไปหาซื้อใหม่เลย สังคมออนไลน์ได้เห็นเรื่องราวดังกล่าวก็มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงวิธีการแก้ไขปัญหาราขึ้นเต็นท์ ซึ่งบางคนก็เคยประสบกับเรื่องราวดังกล่าวมาเหมือนกัน ซึ่งเบสิคง่ายๆคือรามันเกิดจากความชื้น ต้องทำให้มันแห้งโดยการนำไปตากไว้กลางแดดเพื่อเป็นการทำลายราที่ติดอยู่ อย่าปล่อยให้มีความชื้นเก็นสะสมอยู่ทั้งในและนอกเต็นท์เด็ดขาด บ้างก็ว่าให้ใช้น้ำยาหรือผงซักฟอกในการนำมาชำระล้างก่อนที่จะนำไปตาก เพราะหากนำไปตากไว้อย่างเดียว มันจะยังคงทิ้งร่องรอยเป็นสีดำเอาไว้ดูแล้วน่าเกลียดไม่น่าใช้งาน อย่างไรก็ตามจากกรณีดังกล่าวทำให้สังคมอชาวกางเต็นท์ทั้งหลายต่างพากันไปนำเอาเต็นท์ตัวเองออกมากางดูอย่างเร่งด่วนเลย เพราะเกรงว่าเต็นทของพวกเขาอาจจะมีราขึ้นเหมือนกันหญิงเจ้าของโพสต์รายนี้ก็เป็นได้ เอาเป็นว่ารานั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายหากไปอยู่ใกล้ๆ ทำให้ร่างกายเรามีปัญหาได้ แม้ว่าจะทำการตากแดดหรือทำการขัดด้วยผงซักฟอกแล้วก็ตาม […]

หนุ่มบิดมอเตอร์ไซค์ จะกลับบ้าน พลาดเหยียบกับดัก ขาเย็นวาบ

บรรยากาศตามชนบทที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนาเป็นอะไรที่สุดจะบรรยาย ได้ลิ้มรสของธรรมชาติกลิ่นโคลนสาปควายกันอย่างสบายหัวใจ มันเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุด ดีกว่าต้องอยู่ในเมืองที่มีแต่ควันรถมีแต่ความวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในที่ทำงาน คิดแล้วก็นึกถึงตอนสมัยยังเป็นวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาเพื่อนบ้าน ไปหาดักกบดักเขียดดักหนูกันตามท้องนา กลับมาทำอาหารกิน แต่อย่างหนึ่งที่ชาวบ้านตามชนบทมักจะต้องเจอกันอยู่เป็นประจำ ก็คือกับดักที่ถูกทำไว้โดยเจ้าทุยตาดำๆ แน่นอนว่านั่นคือกองอึควายนั่นเอง ใครที่มีโอกาสได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านในตอนกลางคืนจะรู้ซึ้งถึงสิ่งเหล่านั้นได้ดี วันไหนกลับมาไม่เจออะไรก็โชคดีไป แต่วันไหนโชคไม่เข้าข้างก็ต้องรับไปเต็มๆ เหมือนอย่างหนุ่มรายนี้ที่มีการโพสต์ภาพถูกกับดักของเจ้าควายเข้าไปเต็มๆ บิดมาอย่างเร็วหวังจะกลับให้ทันมื้อค่ำ แต่ควายเจ้ากรรมก็ดันมาทำกันซะได้ ตอนแรกก็คิดเป็นอย่างอื่นเพราะรู้สึกเย็นวาบที่ขา พอส่องไฟดูเห็นขายังอยู่ก็โล่งใจ แต่มอเตอร์ไซค์นี่สิไม่รู้จะเอาไปล้างยังไงให้ออกหมด นี่มันก็ดึกแล้วถ้าปล่อยไว้มีแต่จะแข็งกรักล้างออกยากอีกต่างหาก สังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นต่างก็ฮากันไปอย่างถ้วนหน้า และบางคนก็บอกว่าให้รีบไปล้างซะนะก่อนมันจะแข็งตัวจนล้างออกยาก ซึ่งบางคนก็คิดถึงตัวเองสมัยอยู่ในบ้านต่างจังหวัดขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามทางท้องไร่ท้องนา หรือทางเข้าบ้านก็เคยโดนเหมือนกัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกิจวัตรประจำวันของคนแถวนั้น แน่นอนว่าเรื่องไม่ต้องถึงรัฐบาลเดี๋ยวชาวบ้านจัดการเองได้ ฝากชาวบ้านคนไหนที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายยังไงก็ช่วยๆกันดูหน่อยแล้วกัน อย่าให้วัวหรือควายของท่านมาถ่ายไว้บนถนนหนทางอย่างที่เป็นนี้ เพราะไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์ที่โดนนะ รถเก๋งรถจักรยานโดนกันมาหมด ยังไงก็ฝากไว้ด้วยเด้อ ที่มา เอก ศรีสุวรรณ

ตำรวจหนุ่ม เห็นลุงตาบอด เดินเท้าเปล่า ทนดูไม่ได้ พาไปซื้อรองเท้าให้ 1 คู่

หากจะเอ่ยถึงอาชีพตำรวจแล้วล่ะก็ คงจะพูดได้ว่าประชาชนชาวไทยในยุคสมัยนี้ได้เห็นตำรวจก็อาจจะร้องยี้กัน เพราะพักหลังๆตำรวจนั้นทำชื่อเสียงเอาไว้ได้กระฉ่อนสังคมออนไลน์และสังคมไทยเป็นอย่างมาก แต่อันนี้เรากำลังพูดถึงตำรวจที่ทำพฤติกรรมไม่ดีนะ เพราะก็ยังคงยืนยันว่าทุกสาขาอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แน่นอนว่าอาชีพตำรวจก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่สำหรับนายตำรวจท่านนี้มุ่งเน้นทำความดีให้กับประชาชนโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งสังคมออนไลน์ได้มีการพูดถึงนายตำรวจท่านหนึ่งได้พยายามช่วยพาลุงตาบอดคนหนึ่งเดินทางไปที่ร้านขายของชำ และซื้อรองเท้าให้ใส่หนึ่งคู่ เนื่องจากว่าท่านเห็นว่าลุงคนนี้ตาก็บอดแถมยังไม่มีรองเท้าใส่ ใจแห่งความเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรมและช่วยเหลือประชาชนก็ได้พาลุงไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ในทันที สังคมออนไลน์ได้ให้คำชื่นชมนายตำรวจท่านนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้นายตำรวจทุกคนดูท่านเป็นเยี่ยงอย่าง ทุกสาขาอาชีพมีเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอง หากอยู่แต่ว่าเรานั้นจะประพฤติตัวอย่างให้ให้สังคมเขาได้เห็น หากเลือกทางผิดชีวิตก็เหมือนจมอยู่ในความทุกข์ เพราะเมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจมันหมดสิ้นไป จะเรียกกลับมาใหม่มันก็คงจะยาก แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงเป็นความหวังและที่พึ่งของประชาชนได้อยู่เสมอ เพราะไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และหวังว่าชื่อเสียงและเกียรติของตำรวจไทยจะกลับคืนมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจพี่น้องประชาชนตาดำๆอีกครั้งหนึ่ง ให้เหมือนครั้งเมื่อในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นแล้วคนที่คิดจะทำความดีไม่จำเป็นจะต้องมียศมีตำแหน่งแห่งหนใด ขอเพียงแค่ใจท่านอยากจะช่วยเหลือใครสักคน เมื่อท่านมีมากแล้วก็แค่แบ่งปันสิ่งที่มันเกินจากชีวิตท่าน มาให้คนที่เขาขาดแคลนดูบ้าง แล้วท่านจะได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นมันคือการให้ที่ไม่มีสิ้นสุด จากนี้ไปขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสุขและปลอดภัยจากโควิด ที่มา dzen911, ข่าวชาวบ้าน

สาวตกใจ สั่งอาหารร้านป้าไว้ บอกให้ป้า ใส่เครื่องปรุงให้เลย

ช่วงสถานการณ์โควิดอย่างนี้ ประชาชนหลายๆคนก็ต้องพยายามไม่ออกไปไหน เวลาจะกินอะไรหิวอะไรก็ใช้โทรสั่งให้เขามาส่งเอา  ซึ่งข้อดีก็คือเราจะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก  แต่ข้อที่มันไม่ดีเอาซะเลยก็คือว่า ไม่ได้มีโอกาสเห็นหน้าตาสินค้าหน้าร้านเดี๋ยวนั้น เพราะหากทำผิดขึ้นมาก็ไม่สามารถจะทักท้วงได้ทัน ก็ต้องปล่อยไปเลยตามเลย และช่วงอาหารการกินการเงินฝืดเคืองอย่างนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มักจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เข้ามาช่วยพวกเราชาวมนุษย์เงินเดือนเอาไว้ได้เสมอๆ ยิ่งตอนนี้แล้วต้องมีติดไว้ที่บ้าน แต่ถ้าหากว่าหมดก็ต้องใช้โทรสั่งเอาได้ เพราะหลายคนก็ชื่นชอบอยู่แล้วสำหรับอาหารจานโปรดที่ทำด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ก็อย่างที่บอกไปว่ามันไม่สามารถจะควบคุมการทำได้ที่หน้าร้าน เพราะของมาส่งถึงที่แล้วก็คงไม่อยากให้หมดเวลาไปกับการส่งคืนกลับ เมื่อหญิงสาวสองรายได้มีการโพสต์ภาพของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นำมาทำเป็นก๋วยเตี๋ยว โดยการสั่งมาจากร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง แต่พออาหารมาสั่งถึงที่ต้องรีบยกออกมาดู โดยหญิงสาวทั้งสองระบุในคำสั่งอาหารไปแล้วว่าให้ป้าใส่เครื่องปรุงมาให้ได้เลย จะได้ไม่ต้องมานั่งใส่เองให้มันเปลืองเวลา แต่ดูสิ่งที่ป้าร้านอาหารทำ ป้าแกเล่นใส่เครื่องปรุงมาให้จริงๆ แต่ใส่มาทั้งซองนะจ้า ไม่ได้มีการแกะใส่ให้แต่อย่างใด อันนี้สรุปว่าใครผิด ป้าผิดหรือว่าคนสั่งพูดไม่เข้าใจเองกันแน่ สรุปแล้วจะกินทั้งแบบนั้นหรือจะตักออกมาแกะเครื่องปรุงใส่ให้เรียบร้อยก็ตัดสินใจกันเอาเองเด้อ สังคมออนไลน์ได้เห็นภาพดังกล่าวก็พากันฮาหนัก ไม่คิดว่าป้าจะทำอย่างที่หญิงสาวเจ้าของเรื่องราวสั่งจริงๆ แต่งานนี้ก็มีความเห็นทั้งสองฝ่าย โดยบอกว่าป้าไม่ผิดก็ป้าใส่เครื่องปรุงมาด้วยเลยแล้ว เพราะเขาไม่ได้สั่งให้แกะเครื่องปรุงใส่ให้ด้วยหนิ แค่บอกให้ใส่เครื่องปรุงให้อย่างเดียว เอ๊ะมันยังไงกันแน่คนเล่าก็งงๆสับสน […]

พ่อแม่ทนไม่ไหว พฤติกรรมลูกชาย-สะใภ้ จนต้องติดป้ายให้คนได้รู้

เชื่อว่ายังมีใครอีกหลายๆคนที่ขีวิตผ่านการต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเยาว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นคนต่างด้าวอย่างชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทย และก่อร่างสร้างตัวจนมีกินมีใช้ได้มาจนถึงทุกวันนี้ จวบจนมีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมือง ก็อยากจะตอบแทนคุณแผ่นดินคืน แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อคนนั้นเลี้ยงได้แต่ตัว แต่นิสัยใจคอนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง แต่ก็ไม่คิดว่าสิ่งที่พ่อแม่ได้หามาอย่างยากลำบาก กลับจะถูกลูกบังเกิดเกล้าแท้ๆแย่งชิงเอาไป เพียงเพราะหลงไหลในสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่งงานมาเป็นลูกสะใภ้แต่กลับต้องการขับไล่ ผู้มีพระคุณ เรื่องราวที่กำลังจะได้ชมต่อไปนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย เมื่อสองสามีภรรยาคุณปู่คุณย่าคู่หนึ่ง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวต่อสู้ดิ้นรนกันมาจนมีทรัพย์สมบัติได้จนถึงทุกวันนี้ เพียงแค่ต้องการจะเรียกเอาทรัพย์สมบัติจากลูกๆคืนมาเพื่อหวังจะแบ่งให้มันเท่าเทียมกัน แต่กลับกลายเป็นว่าลูกบังเกิดเกล้ากลับไม่ยอมทำตาม แถมยังจะไล่พ่อกับแม่แท้ๆให้ออกไป ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตของคนเราผ่านอะไรมาตั้งมากมาย มีลูกมีหลานก็หวังให้ช่วยเหลือดูแลยามแก่เฒ่าในบั้นปลายชีวิต กลับต้องมาเจอความใจร้ายของลูกชายคนโตที่เป็นลูกแท้ๆของตัวเอง ที่หลงในความงดงามในความเอาอกเอาใจของลูกสะใภ้ใหญ่ซะจนหน้ามืดตามัว จะขับไล่พ่อกับแม่แท้ๆออกจากกองสมบัติที่พวกเขาเหนื่อยยากหามาได้เอง โดยในเรื่องราวดังกล่าวทางด้านของปู่กับย่าได้บอกว่า พวกตนต้องการจะเรียกเอาทรัพย์สินที่เป็นของพวกเขาคืนจากลูกๆกลับมา เพื่อที่ว่าจะได้ทำการแบ่งสรรค์ปันส่วนให้ถูกต้อง แต่กลับกลายเป็นว่าลูก 3 คน ให้ความร่วมมือแค่คนเดียว ส่วนอีกสองคนไม่ยอม โดยเฉพาะลูกคนโตทำเรื่องงามหน้าแบบชนิดที่ว่าชาตินี้จะไม่ขอคิดว่ามีลูกคนนี้อีกต่อไป เมื่อลูกคนโตได้ร่วมมือกับสะใภ้ใหญ่ หวังจะฮุบเอามรดกปั้มน้ำมันที่พวกตนหามาสร้างมาได้จากน้ำพักน้ำแรงเอาไว้เป็นของตนเอง แถมยังจะขับไล่พวกตนให้ออกไปจากพื้นดังกล่าว […]

หนุ่มตกใจ ไปซื้อปูที่ตลาด เจอเชือกรัดปู

หากใครที่ชื่นชอบในการรับประทานอาหารทะเลแล้วล่ะก็ เมนูหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้เลยนั่นก็คือเมนูปู ที่สามารถจะนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายมากเมนู ไม่ว่าจะนำมานึ่งมาทอดมาผัดมาต้ม ทำได้สาระพัด โดยเฉพาะปูนึ่งที่เนื้อแน่นๆ นำมาจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้วเรียกน้ำลายดีแท้เลย แต่ก็ต้องบอกว่าปูเป็นอาหารทะเลที่มีราคาสูงอยู่เหมือนกันเวลาเราไปซื้อก็จะมีการชั่งน้ำหนักขายกันเป็นขีดเป็นกิโล ก็แล้วแต่ว่าจะหนักมากหนักน้อย แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักจะเห็นกันทั่วไปในตลาดที่ขายอาหารจำพวกปู ก็คือพ่อค้าแม่ขายจะทำการนำเอาเชือกมารัดตัวปูไว้ เพื่อรัดเอาส่วนต่างๆของร่างกายมันไม่ว่าจะเป็นขาหรือก้าม เพื่อป้องกันไม่ให้ปูทำอันตรายต่อคนที่จับตัวมันได้ เพราะหากไม่รัดไว้ใครโดนปูหนีบเข้าล่ะก็รับรองเจ็บหนักแน่นอน เพราะพลังในการหนีบรัดของก้ามปูไม่ธรรมดาเหมือนอย่างที่หลายๆคนคิดนะจ้า ซึ่งการนำเอาเชือกมารัดไว้มันก็มีประโยชน์อย่างนี้แหละ และเวลาชั่งน้ำหนักก็จะชั่งลงไปทั้งๆที่มีเชือกอยู่เลย เพราะคงไม่มีใครมานั่งแกะเชือกออกให้ปูหนีบหรอกนะ แต่ก็ยังคงมีพ่อค้าแม่ค้าอีกหลายๆคนที่หัวใส นำเอาเชือกมารัดไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ได้ทำแค่พอไม่ให้ปูนั้นดิ้นได้หรือง้างก้ามได้ แต่กลับรัดเอาซะปูแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว ซึ่งมันก็มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือการเพิ่มน้ำหนักปูเข้าไป อย่าเห็นว่าเป็นแค่เชือกนะจ้า หากว่ารัดเป็นจำนวนมากก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาได้ ดังที่เคยเป็นข่าวคราวกันมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน และนี่ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่น่าตกใจอย่างมาก เมื่อหนุ่มคนหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพของปูที่ถูกรัดด้วยเชือกจำนวนมาก จนเห็เพียงแค่หน้าของปูโผล่มาเท่านั้น ไม่รู้จะรัดอะไรมากมายขนาดนี้ปูก็ไม่ได้ตัวใหญ่อะไรมากมาย ดูๆไปแล้วเชื่อที่ใช้รัดมัดรวมกันจะตัวใหญ่กว่าปู แถมยังดูแล้วจะหนักกว่าปูด้วยซ้ำไป ซึ่งหนุ่มคนนี้ได้โชว์ภาพของปูจำนวนมากที่ซื้อมาจากตลาด โดยพูดเชิงประชดประชันบอกว่าซื้อปูมา 4 […]