เจ้าของบ้านโพสต์ ช่างปูกระเบื้อง 5 ปีผ่านไป โก่งแยกกัน

การทำบ้านหรือการต่อเติมบ้านยังคงมีหลายคนให้ความสนใจทำกันอย่างมาก เพราะด้วยอายุของบ้านนั้นมากบ้านเริ่มดูเก่าไม่น่าอยู่ เจ้าของบ้านจึงได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงเนรมิตบ้านนั้นให้ดูใหม่และสวยงามมองไปทางไหนก็สบายหูสบายตาแต่สิ่งสำคัญที่บ้านนั้นจะออกมาสวยหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่างที่ทำ หากเจอช่างที่ทำงานให้เราละเอียดรอบคอบจุดไหนควรทำยังไงเอาใจใส่งานอันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากสำหรับเจ้าของบ้าน หากเจอช่างที่มาทำงานแค่ทำๆแล้วก็กลับไม่ตรวจสอบรายละเอียดของงานพอหลังมามีปัญหาตามมาเจ้าของบ้านต้องมาแก้ไขใหม่อันนี้ถือว่าช่างทำงานไม่มีคุณภาพไม่เหมาะกับการที่จะมาเป็นช่าง ดังเช่นเรื่องราวของหนุ่มเจ้าของบ้านรายนี้ซึ่งเขาได้ทำการจ้างช่างมาทำบ้านให้แต่เมื่อเวลาผ่านมากระเบื้องในบ้านนั้นเกิดการผุดขึ้นแยกตัวออกจากกัน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีอายุงาน 5 ปีหากเทียบกับบ้านหลังอื่นจะไม่พบกับปัญหานี้ เจ้าของบ้านจึงได้แต่แอบสงสัยว่ากระเบื้องที่เกิดนั้นมันมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ สังคมออนไลน์ก็ได้เข้ามาตอบคำถามให้กับหนุ่มเจ้าของบ้านว่าสาเหตุที่กระเบื้องแยกตัวกันนั้นเป็นเพราะช่างคนที่ทำผสมปูนเหลวเกินไปแล้วรีบปูกระเบื้องทันที เพราะถ้าจะปูพื้นกระเบื้องจริงช่างควรผสมปูนเทปูนรอให้มันคายน้ำออกมาให้หมดซะก่อนจากนั้นค่อยนำกระเบื้องมาปูวางอีกที บางรายก็กล่าวว่าควรแก้ไขใหม่ซื้อปูนกาวมาเททับเลยโดยที่ไม่ต้องรื้อออกมาทำใหม่ ทั้งนี้การต่อเติมบ้านในจุดต่างๆของบ้านผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านควรศึกษารายละเอียดหาช่างมาทำให้ดีๆ ควรเลือกช่างที่เขามีประสบการณ์สูงมีความรู้ความชำนาญ เพราะบ้านนั้นจะอยู่กับเราไปตลอดได้ช่างดีๆมาทำเราก็อุ่นใจไม่ต้องพบเจอปัญหาอะไรตามมาทีหลังอย่างเจ้าของบ้านรายนี้ต้องมาจ่ายเงินค่านั่นค่านี่เพื่อแก้ไขงานเดิมๆที่ช่างทำเอาไว้ ที่มา Tug Budoo

หนุ่มวัย 42 วิวาห์กับหญิงวัย 70 หลังแรกเห็นก็หลงรัก

ในยุคสมัยการมีความรักถือเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นชายรักชายหญิงรักหญิงหรือชายอายุเยอะรักกับหญิงสาวอายุน้อยกว่า หรือผู้ชายที่อายุน้อยไปรักกับหญิงที่อายุมากกว่าถึงเท่าตัวนั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นมีใจให้กันเป็นรักที่บริสุทธิ์โดยที่ไม่สนใจเรื่องหน้าตาและอายุก่อนที่จะตกลงครองคู่แต่งงานอยู่กินกันตลอดไป ดังเช่นเรื่องราวของหนุ่มรายนี้ที่เขานั้นมีอายุเพียง 42 ปี เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ได้แต่งงานกับหญิงวัย 70 ปี เพราะว่าเขานั้นมีความรักให้กับเธอนั่นเอง โดยเจ้าหนุ่มได้เล่าเรื่องราวของเขาและเธอว่าได้พบกับแฟนสาวของเขาที่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เจอครั้งแรกก็หลงรักแบบไม่รู้ตัว ยิ่งเห็นเวลาเธอยิ้มยิ่งหลงมากไม่รู้ทำไม ด้านหญิงวัย 70 ปีก็เล่าว่าตอนแรกตนออกมาข้างนอกบ้านมาทำบุญแล้วก็มาเจอกับแฟนหนุ่มแบบไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเจอกันฝ่ายชายก็เข้ามาคุยด้วยขอเบอร์กันแล้วพูดคุยกันถูกอกถูกใจกันจึงได้ตกลงเป็นแฟนกัน และฝ่ายชายก็มาขอตนแต่งงานท่ามกลางญาติเต็มใจร่วมยินดีกันอย่างมาก ตนดีใจที่ได้พบรักแท้อีกครั้งจะดูแลกันและกันไปตลอดเลย แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่คนบางส่วนเห็นแล้วต้องแอบสงสัยว่ารักกันได้ยังไงกัน แต่ความรักไม่มีข้อแม้ไม่มีขีดจำกัดว่าห้ามรักกับใครนี่นา หากรักใครแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะไม่เกี่ยวกับหรอกกับอายุหรือหน้าตามันขึ้นอยู่กับใจมากกว่า เพราะไม่มีใครเข้าใจเราทั้งได้เป็นอย่างดีหรอกอยู่กับปัจจุบันจะมีความสุข อย่างไรก็ตามหลายคู่นั้นยังรักกันที่หัวใจไม่ใช่หน้าตาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี การที่เราจะฝากตัวและหัวใจไว้กับใครสักคนก็คงต้องคิดดีแล้วล่ะทุกคนเกิดมาย่อมต้องการหาความรักจากใครสักคน แม้กระทั่งเด็กไปจนถึงวัยชรายังไงก็ยังมีหัวใจเพื่อไว้ให้กับใครสักคน สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนสุขสมหวังกับความรักอันชื่นมื่นตลอดไป ที่มา รพีพร ไชยฝาง

ผู้ใช้แรงงานพม่า จะกลับบ้านฉลองปีใหม่ แต่กลับโดนเทกลางทาง

ในตอนนี้หากพูดถึงการลอบเข้ามาทำงานในประเทศของผู้ใช้แรงงานต่างด้าวมักจะมีให้พบเห็นกันแทบทุกจังหวัด โดนส่วนใหญ่พบในเขตที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มองไปที่ไหนก็พบว่ามีแต่แรงงานพม่า แรงงานเขมรเต็มไปหมด เพราะเศรษฐกิจบ้านเมืองเขานั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่จึงได้ตัดสินใจหอบเอาชีวิตตัวเองมุ่งหน้ามาหางานทำที่เมืองไทย แต่การลอบเข้ามาทำงานในไทยนั้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้แรงงานต่างด้าว แต่ยังมีเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่งคือการเข้ามาทำงานในไทยแล้วเจอเจ้าของกิจการลอยแพไม่จ้างงานแถมยังพาไปไว้กลางทางให้หาทางกลับบ้านเองนี่เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่าคนเราเกิดมาเหมือนกันทุกคนย่อมมีสิทธิ์เท่ากันเสมอ โดยกล่าวว่าผู้ใช้แรงงานต่างด้าวชาวพม่าถูกเรียกเงินคนละ 500 บาทเพื่อที่จะพาส่งกลับไปยังบ้านเกิดตัวเอง แต่กลับมาเทไว้กลางทางของจังหวัดชลบุรีเพราะกลัวติดโควิดนั่นเองทำให้ผู้ใช้แรงงานทั้งหมดนั้นต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของไทยเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วอยากกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กัน สังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นน่าสงสารมากถึงแม้พวกเขาจะเป็นต่างด้าวแต่พวกเขาก็เป็นคนเหมือนกันทำไมต้องปล่อยเขาไว้แบบนั้น บางรายก็พูดขอให้ได้กลับบ้านสมใจหวังเพื่อไปพบเจอกับครอบครัวตัวเองมีความสุขในวันปีใหม่หากสถานการณ์กลับมาดีแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่กันขอให้โชคดี แม้ว่าการลอบเข้ามาหางานทำในไทยยังมีอยู่มากแต่พวกเขาก็ไม่ได้มาทำในสิ่งไม่ดี หากไม่ชอบพวกเขาก็แค่เดินถอยออกห่างทุกอย่างมีปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ตอนนี้เราเจอกับปัญหาโควิดกันมาร่วมด้วยช่วยเหลือกันหาทางออกแก้ไขโควิดตอนนี้กันดีกว่า ดีกว่ามานั่งกลุ้มใจเรื่องไม่เป็นเรื่องกัน ที่มา เกาะติดสถานการณ์

พบแรงงาน หอบข้าวของอุ้มลูก เตรียมเข้าไทย

ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงสำหรับปัญหาโควิดที่กำลังลามอยู่ในตอนนี้โดยโควิดนั้นเกิดขึ้นในเขตตลาดมหาชัยของจังหวัดสมุทรสาครที่แรก เนื่องจากมีผู้ใช้แรงงานต่างด้าวลอบเข้ามาทำงานกันหลายพันกว่าคน ส่งผลไปถึงคนไทยหลายคนโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารทะเลตอนนี้แทบไม่มีลูกค้ามาซื้อของเหมือนเดิมเพราะคิดว่ากินอาหารทะเลาแล้วจะทำให้ติดโควิดนั่นเอง โรงงานอุตสาหกรรมรวมไปถึงร้านค้าขายของเล็กๆต่างก็ต้องปิดกิจการลงเนื่องจากเกิดโควิดทุกอย่างดรอปลงหมด การทำมาหากินก็ไม่ได้ง่ายแบบเมื่อก่อนคนไทยหลายคนไม่มีงานทำและไม่มีเงินกิน ส่วนต่างด้าวก็ลอบเข้ามาในไทยเพื่อมาหางานทำกันหลายคนก็ต้องหมดหวังเพราะเจ้าของกิจการนั้นไม่สามารถจ้างงานทำได้ ดังเช่นเรื่องราวของผู้ใช้แรงงานชาวกัมพูชาที่หอบลูกๆลอบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อมาหางานทำ ต่างคนต่างหอบข้าวของเครื่องใช้เห็นแล้วน่าสงสารเพราะความไม่มีถึงต้องออกจากบ้านมายังต่างแดน โดยหนุ่มกล่าวว่าสภาพของแรงงานกัมพูชาเตรียมลอบมุ่งหน้าเข้าไทยเพื่อมาหางานทำ ทางสังคมออนไลน์ก็ได้กล่าวว่าน่าเห็นใจพวกเขาอย่างมากเพราะความไม่มีจะกินจึงต้องหอบลูกออกจากบ้านเพื่อมาหางานทำ บางรายกล่าวว่าตอนนี้ไทยก็ยังคงเจอกับปัญหาโควิดคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีงานทำกันแล้วขอความเห็นใจกลับไปยังประเทศตัวเองก่อนดีกว่าหากสภาวะมันดีกว่านี้ค่อยกลับมาทำงานที่ไทยก็ได้ บางรายกล่าวว่าน่าสงสารเด็กอย่างมากที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ภาครัฐก็เตรียมหามาตรการการป้องกันจากโควิดหลังมีการลามไปยังทุกพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ งานปีใหม่นี้คนไทยหลายคนก็คงไม่ได้เคาท์ดาวน์กันอย่างแน่นอน แต่เชื่อเถอะว่ายังไงสถานการณ์ก็คงต้องกลับมาอย่างปกติแน่นอนเพียงเรานั้นป้องกันโดวิดกันด้วยการสวมหน้ากากก่อนออกไปนอกบ้านทุกครั้ง ที่มา Viroj Tuntikula

หนุ่มโพสต์พ่อค้ากุ้ง ขายกุ้งราคาถูก จากนครปฐม มาถึงกรุงเทพ

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การทำมาค้าขายพ่อค้าแม่ค้าแทบนั่งกลุ้มใจขายของไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน ยิ่งมาเจอกับปัญหาโควิดที่กำลังลามอยู่ในตอนนี้รายได้แทบไม่มี นอกจากจะเป็นกับพ่อค้าแม่ค้าแล้วยังรวมไปถึงทุกอาชีพงานที่กำลังลำบากกันกิจการร้านทุกอย่างก็ปิดไปหมดหลายคนก็ไม่มีงานทำต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ที่บ้านเกิด ตั้งแต่โควิดเกิดขึ้นในพื้นที่ตลาดมหาชัยจังหวัดสมุทรสาครทำให้อาหารทะเลแทบขายไม่ได้หรือขายไม่ได้เลยล่ะ พ่อค้าแม่ค้ากุ้งก็บ่นกันมากถึงขนาดต้องขายกุ้งในราคาที่ถูกสุดๆหากไม่ตั้งราคาขายในราคาที่ถูกกุ้งก็คงไม่มีคนซื้อกินหลายจังหวัดก็เป็นเหมือนกันขายกุ้งไม่ได้จนต้องมาตั้งราคาจากกิโลละ 300 บาทเหบือ 2 กิโล 100 บาท แต่สำหรับหนุ่มรายนี้เขาได้โพสต์เรื่องราวขอพ่อค้ากุ้งรายหนึ่งที่เลี้ยงกุ้งเอาไว้ในบ่อตัวเองแล้วเอาไว้มาขายท้ายกระบะรถ โดยขับรถจากจังหวัดนครปฐมมาขายยังกรุงเทพมหานครในราคาที่ถูกโดยตัวผู้ 10-13 ตัวต่อกิโล 300 บาท ตัวเมีย 25-30 ตัวต่อกิโล 200 บาท กุ้งขาว 70ตัวโล 200 บาทมีแต่ตัวโตๆสดๆทั้งนั้น โดยพ่อค้าหนุ่มได้ระบุว่าตัวเองได้เลี้ยงกุ้งในบ่อเพื่อขายให้กับพ่อค้าคนกลางแต่ว่ามาเจอกับปัญหาโควิดคนคิดว่ากินกุ้งแล้วจะติดโควิดเลยทำให้ขายกุ้งไม่ได้เลย แต่ตนไม่ได้ท้อถอยจึงนำกุ้งในบ่อที่เลี้ยงไว้นำมาเร่ขายในกทม.โดยวางขายท้ายกระบะรถตัวเองตนเหนื่อยมากนะแต่ว่าสู้เพื่อลูกเท่านั้นและตนนั้นต้องตื่นตั้งแต่ตี 1 เพื่อลงไปจับกุ้งประมาณตี 5 ก็นำมาวางขายในกรุงเทพฯ หากไม่ระบายกุ้งออกจากบ่อจะทำให้กุ้งนั้นใช้การไม่ได้อีกเลย ตอนนี้บอกเลยว่าไม่ได้กำไรเลยสักบาทเดียว ถึงอย่างไรก็ตามด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้แล้วยังมาเจอกับปัญหาโควิดอีกขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตแบบมีสติกันอะไรที่เซฟตัวเองได้ก็เซฟไปก่อน […]

เจ้าหน้าที่โชว์กินกุ้ง พร้อมคณะนั่งย่างรับประทาน ที่สมุทรสาคร

ในตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังพบเจอกับปัญหาโควิดที่กำลังลามไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรม ร้านค้าขายของเล็กๆน้อยๆได้ทำการปิดบริการชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าจะติดโควิดกัน ไม่เว้นแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารจำพวกทะเลอาหารสดตอนนี้นั่งเหงาไร้ลูกค้าเดินมาซื้อของกันเหมือนแต่ก่อน ชาวบ้านต่างก็ไม่มีใครอยากติดโควิดจึงพากันอยู่แต่บ้านไม่ออกมาซื้อของต้องเซฟเงินเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น คนที่มีผลกระทบมากสุดคงจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายกุ้งในตลาดมหาชัยของจังหวัดสมุทรสาครนั่นเอง เพราะเป็นจุดเริ่มแรกที่มีการเกิดของโควิดที่มาจากแรงงานชาวพม่าเมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง ที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้าที่ขายกุ้งนั้นต่างก็ได้รับผลกระทบมากกุ้งที่เลี้ยงไว้นั้นขายไม่ได้ไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับเหมือนดังเดิม นำมาวางขายในราคาถูกๆก็ไม่มีคนซื้อเพราะผู้คนเขาคิดว่ากินกุ้งแล้วจะติดโควิดกันนั่นแหละ แต่ไม่ใช่แค่จังหวัดสมุทรสาครเท่านั้นที่เผชิญปัญหาเช่นนี้แต่ยังลามไปยังจังหวัดอื่นๆอีกด้วยสร้างความกังวลใจกันอย่างมากหากทานกุ้งแล้วจะติดโควิด แต่ทั้งนี้ทางเจ้านี้ที่ก็พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกันโดยการลงพื้นที่อำเภอบ้านแพร้วจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อไปซื้อกุ้งจากพ่อค้าแม่ค้าแล้วมาปรุงสุกก่อนนั่งรับประทานกันราวกับว่าโควิดนั้นไม่ได้ติดมากับกุ้งแน่นอน ขอประชาชนคนไทยอย่าคิดกันไปเองบางท่านก็แกะกุ้งเอาเข้าปากให้ทุกคนได้เห็นกัน บางท่านก็ปรบมือให้กำลังใจคุณท่านที่กำลังกินกุ้งอย่างตื่นเต้น อย่างไรก็ตามหากเราคิดว่าปัญหาโควิดมันก็เหมือนไข้หวัดทั่วไปเราก็จะใช้ชีวิตได้แบบปกติ หากเราคิดว่ามันคือสิ่งไม่ดีแน่ๆอันนี้เราจะใช้ชีวิตแบบระแวงกันไป ขอให้เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่เถอะว่าพวกเขาจะสามารถพาพวกเราชาวไทยผ่านพ้นปัญหาโควิดนี้ไปได้อย่างแน่นอนแต่ว่าไม่รู้ตอนไหนอาจต้องรอดูกันต่อไป ที่มา ข่าวช่องวัน

บัณฑิตสาวโพสต์ผลงาน ช่างแต่งหน้า ใช้รองพื้นสีเดียวกัน

การรับปริญญาบัตรถือเป็นวันสำคัญของเหล่าบัณฑิตหน้าใสทั้งหลายเพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ก็ต้องศึกษาเล่าเรียนจบจนหลักสูตรปริญญาตรีด้วยกันถึง 4 ปี ถือเป็นงานที่ใครๆก็ต่างใฝ่ฝันเพื่อให้มีวันนี้เพราะนั่นคือจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญนอกจากได้แต่งชุดครุยเข้ารับปริญญาบัตรกันแล้วที่สำคัญเหล่าสาวๆบัณฑิตก็อยากให้หน้าตาตัวเองนั้นออกมาสวยงามในงานนั้นอีกด้วย ความโดดเด่นในงานรับปริญญานอกจากชุดครุยประจำมหาวิทยาลัยแล้ว จุดที่ดูเด่นสุดก็คงจะเป็นการแต่งหน้าของสาวๆที่มาเข้ารับปริญญากันนี่แหละ บางคนก็จัดเต็มหน้าดูโดดเด่นขาวสวยเวลาถ่ายภาพหมู่กับเครือญาติทำให้ดูโดดเด่นน่าจับตามอง แต่หากบางคนแต่งหน้ามาแล้วดูไม่มีสีสันทุกอย่างดรอปลงอันนี้ความรู้สึกคงไม่สู้ดีนัก แต่ทุกอย่างนั้นมันก็ขึ้นกับช่างแต่งหน้าล่ะนะ ดังเช่นเรื่องราวของหญิงสาวรายนี้ซึ่งเธอได้โพสต์ว่าเธอนั้นจะได้เข้ารับปริญญาซึ่งเป็นวันที่มีค่าที่สุดในชีวิตเลย ได้ทำการไปจ้างช่างแต่งหน้ามาเพื่อทำหน้าให้สวยๆในวันรับปริญญา เธอกล่าวว่าจ้างช่างสาวรายหนึ่งมาแต่งหน้าให้ทั้งเธอและเพื่อนเธอด้วยแต่เมื่อช่างแต่งหน้าออกมาแล้วใบหน้านั้นแทนที่จะมีความผ่องขาวใสแต่กลับเป็นสีน้ำตาลช่างใช้รองพื้นที่ไม่เข้ากับหน้าเลย ต่างคนต่างกลุ้มใจอย่างมากแทนที่วันรับปริญญาจะเป็นวันที่มีความสุขแต่กลับต้องมาคิดถึงหน้าตาตัวเองทำให้ไม่มีความมั่นใจอย่างมาก จากที่สังเกตุดูสีของใบหน้าที่แต่งออกมากับมือของสาวบัณฑิตดูแตกต่างกันมาก มือนั้นจะขาวใสกว่าใบหน้าที่มีการแต่งออกมาหากเป็นแบบนี้ไม่แต่งหน้ายังดีกว่าไหม จนสังคมออนไลน์ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากว่าเคยเจอมาเหมือนกันกับช่างรายนี้แต่งไม่ดีเลยจากหน้าคนเป็นหน้าอะไรไม่รู้กลุ้มใจมากตอนนั้น บางรายถึงกับอยากรู้ว่าเป็นใครทำไมถึงแต่งแบบไม่เป็นมืออาชีพเลย ทั้งนี้ก็อยากฝากถึงช่างแต่งหน้ารับปริญญากันด้วยว่ากว่าบัณฑิตจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องฝ่าอะไรๆมาหลายอย่างจนมาถึงวันสำคัญใครๆก็อยากให้ตัวเองนั้นออกมาดูดีที่สุดสวยที่สุดในงานกันทั้งนั้น เอาใจเขามาใส่ใจเราคิดว่าก็เป็นวันสำคัญของเรานั่นแหละ คงไม่อยากมีใครมานั่งก้มหน้าไม่มีความมั่นใจในใบหน้าตัวเองหรอก ที่มา Kanchanit Wittayanan

เจอปัญหาโควิดเข้ามา แม่ค้าตั้งราคาขายกุ้ง 2 โล 100 บาท

ยังคงเจอปัญหากับโควิดกันถ้วนหน้าไม่ใช่มีเพียงแค่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้นยังลามไปยังจังหวัดต่างๆ ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้านั้นทำมาค้าขายของไม่ค่อยได้เท่าเหมือนเมื่อก่อน แม่ค้าบางรายมานั่งขายของก็ไม่มีคนเดินนั่งนอนไล่แมลงวันไปวันๆ บางรายถึงกับปิดร้านไปเลยเพราะเกรงว่าจะติดโควิดนั่นเอง ดั่งเช่นหญิงสาวรายนี้ได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเธอนั้นเป็นลูกค้าไปเดินซื้อของที่ตลาดเทิดไทของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไปเจอป้ายขายกุ้งในราคาที่ถูกอย่างมาก 2 กิโลกรัมต่อ 100 บาท แม่ค้ากล่าวว่าเนื่องจากเจอปัญหาโควิดเข้ามาก็ทำให้คนนั้นไม่ค่อยมาซื้อของในตลาดเลยทุกวันนี้เงียบมากเงียบมาสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ก็ตั้งราคาขายกุ้งถูกสุดๆยังไม่มีคนมาซื้อเลย   จากปกติกุ้งจะขายกิโลกรัมละ 300 บาท ตอนนี้รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดีเลยทำให้ต้องตั้งราคาขายกุ้งอยู่ที่ 2 กิโลกรัม 100 บาทหากไม่ขายแบบนี้สงสัยกุ้งก็คงใช้งานไม่ได้เลย ขนาดวางขายในราคาที่ถูกขนาดนี้ยังไม่มีคนมาเดินซื้อกันเลยคงคิดว่าถ้ากินกุ้งเข้าไปนั้นจะทำให้ติดโควิดไปด้วย แต่ความจริงแล้วกุ้งไม่มีโควิดแต่มันจะติดก็ติดกับคนขายมากกว่า ทั้งนี้ต่างคนก็ต่างพบเจอกับปัญหาโควิดกันตอนนี้เราทุกคนก็หวังว่าสถานการณ์นั้นจะกลับมาดีอีกครั้ง หากมีสิ่งไหนที่พอจะแบ่งปันให้กับคนที่เขาไม่มีก็ร่วมด้วยช่วยกันเกิดมาในสังคมไทยก็ต้องมีน้ำใจต่อกัน อย่างเช่นตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าพบเจอกับปัญหาการขายกุ้งก็ลองอุดหนุนซื้อกันดูเพราะโควิดนั้นไม่ได้ติดมากับกุ้งหรอก ทางสังคมออนไลน์ก็แสดงความเห็นว่าอยากซื้ออุดหนุนเหมือนกันการที่กินอาหารทะเลพวกกุ้งปลาหมึกไม่ติดหรอกโควิดจะติดก็ติดจากคนมาขายเท่านั้น บางรายกล่าวว่าอยากไปอุดหนุนมากแต่ว่าอยู่ไกลกันจริงๆหากอยู่ใกล้จะเหมาทั้งหมดเลยเพราะชอบทานกุ้งมาก บางรายพูดว่าขายถูกกว่าแถวบ้านซะอีกน่าสนใจจริงๆ ที่มา Wanida Paksa

หนุ่มโพสต์ภาพ สาวแรงงานพม่า นั่งกอดเข่าน้ำตาไหล ถูกมองไม่ดีเพราะเป็นต่างด้าว

ในตอนนี้สถานการณ์บ้านเรายังคงไม่สู้ดีนักเนื่องจากโควิดยังลามไปยังต่างจังหวัดของประเทศไทย โดยจังหวัดที่มีผู้ติดโควิดมากที่สุดคือจังหวัดสมุทรสาครจำนวน 1,356 ราย รองลงมาก็คือกรุงเทพมหานครจำนวน 34 ราย ส่วนอันดับที่สามนั้นยังคงเป็นจังหวัดนครปฐมจำนวน 15 ราย นอกนั้นก็กระจายจังหวัดละ 2 ถึง 3 คนตามลำดับ แม้ว่าจะเกิดปัญหาของโควิดแต่ว่าทางภาครัฐและภาคเอกชนก็พยายามหาวิธีการป้องกันให้กับประชาชนคนไทยหรือรวมไปยังผู้ใช้แรงงานจากต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในไทยด้วย โดยได้มีการล็อกดาวน์บางพื้นที่เพื่อหามาตรการป้องกันโควิดไม่ให้ลามมากกว่าเดิม และประชาชนในเขตพื้นที่นั้นจะได้อุ่นใจทำมาหากินได้ดังเดิม สำหรับจังหวัดต่างๆทางเจ้าหน้าที่ก็ห้ามมีการรวมกลุ่มกันและงดเคาท์ดาวน์ในปีนี้อีกด้วย ตอนนี้ก็มีปัญหากันเกือบทั่วทั้งหมดแม้กระทั่งผู้ใช้แรงงานจากพม่า เมื่อหนุ่มรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของหญิงสาวชาวพม่าที่กำลังนั่งร้องไห้กับเพื่อนๆที่ถูกคนไทยกล่าวหาว่าผู้ใช้แรงงานนั้นนำโควิดมาติด หากที่บ้านพวกเธอมีอันจะกินคงไม่ต้องดิ้นรนเข้ามาหางานทำในไทยแน่นอน ต้องมาห่างครอบครัวเวลาท้อแท้ก็ระบายกับใครไม่ได้ไปทางไหนเขาก็มองแปลกๆหาว่าเป็นต่างด้าว ถือเป็นเรื่องราวที่เราคนไทยทุกคนควรแยกแยะให้ออกว่าผู้ใช้แรงงานนั้นเขาก็เป็นคนเหมือนกัน หากยังมองแบบนี้เวลาเราไปทำมาหากินกับประเทศที่เจริญแล้วเราก็ไม่ต่างจากชาวแรงงานพม่าเหมือนกัน ตอนนี้ปัญหาโควิดมันก็เกิดขึ้นแล้วเอาเวลานี้มาสามัคคีกันหาวิธีแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกันดีกว่าไหมแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำมาหากินกันดังเดิม อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังมีปัญหาโควิดไม่จำเป็นจริงๆเราก็ควรนอนอยู่ห้องดีกว่าเพื่อห่างไกลจากโควิดไปไหนหรือทำอะไรก็อย่าลืมทำตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งเอาไว้ด้วยนะ เชื่อว่าสถานการณ์นั้นจะกลับมาปกติดีเช่นเดิมแน่นอน ทั้งนี้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยนะกินสุกใช้ช้อนกลางสวมหน้ากากอนามัยด้วยนะ ที่มา Thanapol Leerattanakorn

แม่ค้าจับกุ้งมาวางขาย ชาวบ้านต่อแถวเรียงราย เจอโควิดเลยต้องขายราคาถูก

ช่วงนี้การทำมาค้าขายถือเป็นเรื่องไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยก่อน ด้วยภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีแล้วยังมาเจอกับปัญหาโควิดที่กำลังลามไปทั่วทุกจังหวัดในตอนนี้ ผู้ที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าต่างก็ขายอาหารหรือของใช้กันไม่ได้เพราะคนไม่เดินออกจากบ้านกันเพราะไม่อยากติดโควิดหรือพากันเซฟเงินเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น ทางพ่อค้าแม่ค้าที่เลี้ยงกุ้งซึ่งต้องเจอกับปัญหาโควิดเช่นกันทำให้กุ้งที่เลี้ยงไว้นั้นขายไม่ได้ จนต้องนำกุ้งที่เลี้ยงมาเทวางขายในราคาที่ถูกสุดๆที่จังหวัดราชบุรีนั่นเองผู้คนเดินเข้าไปต่อแถวซื้อกันอย่างมากมายเพราะว่ากุ้งราคาถูกมีแต่ตัวโตๆสดๆ บางคนก็ซื้อไปหลายกิโลจนกุ้งที่วางขายนั้นหมดไปแล้วไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งกุ้งมีหลายขนาดและราคานั้นก็มีตั้งแต่ 180-300 บาท เท่านั้นเอง ทางแม่ค้ากล่าวว่าไม่มีทางเลือกเพราะพ่อค้าคนกลางไม่ได้มารับซื้อแล้วเพราะรับไปก็ขายไม่ได้คนไม่กล้าซื้อกุ้งกินเพราะคิดว่าจะมีโควิดติดไป จึงได้ตัดสินใจจับกุ้งในบ่อมาวางขายเองตั้งราคาที่ถูกสุดๆ และทางการก็ได้นำเชือกมากางไว้ให้คนเข้ามาซื้อกุ้งของตนเป็นรายคนจะไม่ให้มารวมกลุ่มกันนั่นเอง กุ้งของตนนั้นสดสะอาดเพิ่งจับมาจากบ่อใหม่ด้วยไม่ต้องห่วงกัน ลูกค้าบางรายก็กล่าวว่าเป็นคนชอบทานกุ้งอยู่แล้วและไม่เคยคิดว่ากุ้งนั้นจะมีโควิดติดมาด้วย เรานำไปปรุงสุกก่อนเสมอไม่ได้นำมากินแบบไม่สุก บางรายก็กล่าวว่าตนมาซื้อกุ้ง 3 กิโลกรัมกลับบ้านเพราะทางครอบครัวนั้นชื่นชอบการกินกุ้งอย่างมากและไม่มีใครว่าตัวเองจะติดโคจากกุ้งด้วยเพราะกินกุ้งกันแทบทุกวันตั้งแต่ช่วงโควิดลาม ทั้งนี้หากใครที่ชื่นชอบการรับประทานกุ้งก็ควรนำไปทำสุกซะก่อน กุ้งมันไม่ติดโควิดอย่าคิดกันไปเองหากจะติดมันขึ้นอยู่กับเราไม่ป้องกันตัวเองมากกว่าออกบ้านไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่ชอบล้างมือด้วยเจล ไม่ทำตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เชื่อเหอะว่ายังไงก็ติดโควิดถ้าเป็นแบบนี้เพราะโควิดมาจากคนไม่ใช่จากกุ้งนะ ที่มา ลัดดาวัลย์ เต็มทรี